เป็นประเพณีที่ชาวลำปางจัดขึ้น เพื่อรำลึกถึงประวัติการสร้างเมือง อันมีความเป็นมายาวนาน และความพรั่งพร้อมทางด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ที่สั่งสมสืบต่อกันมา จึงจัดงานหลวงเวียงละกอนขึ้นตามประวัติศาสตร์ เมืองเขลางค์(ลำปาง) มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรต่างๆ ฝ่ายเหนือ ไม่ว่าจะเป็นล้านนาหรือหริภุญไชย เพราะเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นกับทั้งสองอาณาจักร เขลางค์ย่อมได้รับผลกระทบอยู่เสมอเพราะเป็นทางผ่านและเป็นหัวเมืองเชื่อมต่อระหว่างเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมด ดังนั้น แม้ว่าเขลางค์มีฐานะเป็นหัวเมืองรองจากเมืองแม่ แต่เขลางค์ก็นับว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมืองหลวงทุกเมืองที่เคยมีอำนาจในฝ่ายเหนือ
เมื่อ พ.ศ. 1206 พระนางจามเทวี ราชธิดากษัตริย์แห่งกรุงละโว้ เสด็จขึ้นครองนครหริภุญไชยโดยคำกราบบังคมทูลของเหล่าเสนาอำมาตย์ บรรพชิต และเหล่าพสกนิกรชาวหริภุญไชยสำหรับการเดินทางไปครองหริภุญไชยในตอนนั้น ต้องอาศัยลำน้ำต่างๆ เช่นแม่น้ำเจ้าพระยา ลำน้ำปิง และลำน้ำวัง เป็นหลักซึ่งแม่น้ำสายหลักเหล่าเป็นที่ที่เหมาะสมกับการเป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่ๆ หลายเมือง ในประวัติศาสตร์ของการเสด็จขึ้นไปครองนครหริภุญไชย บ้างมีความเชื่อว่า…ขบวนเสด็จของพระนางจามเทวีนั้นส่วนใหญ่ใช้แม่น้ำปิงเป็นหลัก แต่บางท่านเชื่อว่า เมื่อถึงปากน้ำโพก็ได้ใช้ลำน้ำปิงเดินทาง กระทั่งถึงเมืองตากหรือเมืองสามง่าม จึงแยกเจ้าลำน้ำวัง และลำน้ำปิงในช่วงน้ำแต่ก่อนมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากมาก การเดินทางจึงจำเป็นต้องเลี่ยงไว้ให้มาก และลำน้ำวังน่าจะปลอดภัยที่สุด โดยผ่านนครเขลางค์ เข้าป่าแดด ข้ามดอยขุนตาล ผ่านเมืองหน้าด่านเล็กๆ คือแม่ทา จึงเข้าหริภุญไชย จากการใช้เส้นทางนี้เอง จึงทำให้พระนางจามเทวีทอดพระเนตรเห็นเขลางค์นคร ที่แต่เดิมนั้นมิได้ใหญ่โตโอฬารประการใด เป็นเพียงชุมชนหนึ่งที่ดูคึกคักเท่านั้นเอง แต่เมืองเขลางค์อยู่บนชัยภูมิที่เหมาะ มีภูเขาโอบล้อมมีแม่น้ำวังไหลผ่าน มีไร่นามากมายที่ปลูกข้าวได้อย่างมหาศาล
ดังนั้น เมื่อพระนางจามเทวีได้เสด็จถึงเมืองหริภุญไชย และขึ้นครองเมืองได้เพียง 7 วัน ก็ทรงประสูติพระโอรสแฝดขึ้น องค์พี่นามว่า “ท้าวมหันตยศ” องค์น้องนามว่า “ท้าวอนันตยศ” ต่อมาท้าวมหันตยศก็ได้ขึ้นครองเมืองหริภุญไชย และท้าวอนันตยศ ก็ได้ไปครองเมืองเขลางค์ เมื่อปี พ.ศ.1223 ซึ่งเมืองเขลางค์ตั้งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำวัง และใช้ชื่อว่า “อาลัมภางคนคร” อันเป็นชื่อที่มาของชื่อ “นครลำปาง” นามเดิมของนครนี้มีหลายนาม เช่น “กุกุตตนคร” หมายถึงเมืองแห่งไก่ อันเกี่ยวกับไก่ขาวมงคลในตำนานเก่าของเมืองจึงปรากฏรูปสัญลักษณ์ไก่ขาวทั่วไปในเมืองนี้ และถือได้ว่าท้าวอนันตยศเป็นปฐมวงศ์ผู้ครองนครเขลางค์ และเปลี่ยนนามเป็นเจ้าอินทรเกิงกร และได้สร้างเมืองเขลางค์ขึ้นใหม่จนเป็นปึกแผ่น โดยใช้รูปผังเมืองเป็นสังข์ปัตตสันฐาน(หอยสังข์) อันเป็นแบบเดียวกับผังเมืองหริภุญไชย และเมื่อสร้างเมืองเขลางค์เสร็จสิ้นลง เจ้าอินทรเกิงกรจึงได้กราบบังคมทูลเชิญพระนางจามเทวีพระราชมารดาให้เสด็จมาเยือนนครเขลางค์
